พอเล่าเรื่องเมื่อกี้จบก้อทำให้ผมฉุกคิดได้ว่า เรื่องความฝันก้อเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากพูดถึงเหมือนกัน ความฝันคำนี้ผมว่ามันทำให้เกิดอะไรได้หลายๆอย่างเลยทีเดียว
ผมเหมือนจะเคยอ่านเจอว่า แต่ก่อนมนุษย์เราฝันอยากมีปีกบินได้เหมือนนก แต่ก้อไม่มีไคบินได้จิงๆสักคน จนวันนึงสองพี่น้องตระกูลไรท์ได้ออกมาประกาศต่อสาธารณชนว่าพวกเค้าสามารถสร้างสิ่งที่ทำให้มนุษย์บินได้สำเร็จ โดยพวกเขาทดลองทำมันอยู่นานหลายต่อหลายครั้งที่พวกเค้าล้มเหลวท้อแท้ ไม่คิดว่าจะทำสำเร็จ แต่ทุกครั้งที่เค้าล้มเค้าก้อจะลุกขึ้นเสมอโดยพวกเค้ามีความฝันเหมือนกันที่ว่ามนุษย์ต้องบินได้ จนในวันนึงพวกเค้าก้อทำมันสำเร็จ ผมเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนที่มีความฝัน ความฝันของแต่ละคนอาจต่างกันไป บางคนฝันว่า อยากเขียนหนังสือ (ผมก้อเป็นหนึ่งในนั้นนะ) อยากเป็นนักดนตรี อยากเป็นหมอ อยากเป็นต่างๆกันไป ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่จะทำให่สิ่งที่เราคิดเป็นจริงได้ล่ะก้อเชื้อเพลิงอย่างดีในการทำปฏิกริยาให้สิ่งเหล่านั้นเกิดก้อไม่ใช่อื่นไกลเลย ผมว่า ความฝัน นี่ล่ะเป็นสิ่งสำคัญเลย เพราะการที่คนเราจะไปถึงจุดหมายได้นั้นก่อนอื่นเราก้อต้องมีความฝันก่อน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่าความฝันคือจุดเริ่มของทุกสิ่งเพียงแต่สิ่งที่จะให้ทำสิ่งเหล่านั้นเป็นจริงนั้นไม่ใช่แค่ความฝันอย่างเดียวมันต้องมีความเพียรพยายามอยู่ด้วยไม่น้อยทีเดียว อีกทั้งองค์ประกอบปัจจัยโดยรอบก้อจะเป็นตัวเสริมในด้านการทำให้มันเป็นจริงอีกด้วย เพียงแต่ว่าทุกวันนี้ คนเรามีความฝันกันน้อยลง หรือความฝันของคนเรามันมากเกินไปก้อไม่รู้ ทำให้คนส่วนใหญ่มักไปไม่ถึงที่ฝันกันไว้ พูดถึงตรงนี้ก้อทำให้นึกถึงเพลงป้าแก ป้ากมลาน่ะ55 ที่แกบอกไว้ว่า " อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด "ขนลุกจริงๆ สำหรับท่อนนี้ ผมคิดว่า ป้าแกพูดถูกเลยนะ คนเรามันมีความฝันได้แต่ให้เราอยู่ที่ปัจจุบันแล้วค่อยๆมองไปข้างหน้าหลังจากนั้นจึงค่อยๆก้าวไปอย่างมั่นคง ไม่ใช่เราก้าวเท้านำไปแล้วในขณะที่ยังไม่เห็นทางข้างหน้าเลย ถ้าคนเราทุกคนอยู่กับปัจจุบันแล้วมีความฝันเป็นอนาคตไม่ใช่การนำความฝันมาเป็นปัจจุบันผมว่า ความฝันทั้งหลายมันคงต้องเป็นจริงเข้าสักวันล่ะ ขอเพียงแค่ยังมีความฝันในลมหายใจเข้าออกก้อพอ และแล้วเสียงเพลง bodyslam ก้อดังแว่วมาในหูก่อนค่อยๆเบาลงไป
" ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน....."
edit @ 2005/10/06 03:42:22